เดี๋ยวนะ ทวิตล่มเหรอ
เดี๋ยวนะ ทวิตล่มเหรอ
มีพล็อตนิยายออริในหัว แนวยูริด้วย เรื่องเกี่ยวกับโลกที่ไม่มีพระเจ้าแล้ว และสิ่งที่ผู้คนหันไปศรัทธาแทน คือพลังงานในหินคริสตัล
เหมือนจะเป็นไข้หวัด
คุณเมจิเปิดคอมมิชชั่นเมื่อไหร่เรียกผมด้วยนะ ผมจะไปคอมมิชมาทำปกฟิค🥹🤏
เว้นแต่วิจัยที่พัฒนาประสิทธิภาพการรักษาให้ก้าวหน้านั้นยังอยู่
ดูเหมือน...เขาจะได้มาสวมร่างตัวเองในจักรวาลที่ไม่ได้เป็นสานุศิษย์นักฆ่าสินะ
ติดตามต่อได้ที่
www.readawrite.com/c/8ec568f6e4...
ความจริงก็ไม่ได้เพิ่งรู้ตอนที่ลิฟต์ลงไปชั้นใต้ดินกลายเป็นห้องเก็บของหรอก เขาเอะใจตั้งแต่ตอนที่นักฆ่าซึ่งอยู่ใต้บังคับบัญชาเขาไม่เข้าใจเรื่องผลการทดลองในชั้นใต้ดิน และไม่มีเอกสารการทดลองลับที่มองเผินๆ อาจเป็นเพียงวิจัยการแพทย์ฉบับหนึ่งอยู่ในห้องทำงานของเขา
พูดง่ายๆ คือข้อมูลลับทุกอย่างที่เขาทำไว้ในตลอดช่วงที่ต้องการให้ตัวเองแข็งแกร่งถึงตอนที่ได้ขึ้นเป็นสานุศิษย์นาธานาเอล มันหายไปหมดเลย
บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารโดยที่ยังอยู่ในชุดกาวน์สีขาว เหมือนเพิ่งหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการเข้าเวรติดกัน 72 ชั่วโมง เขาถึงได้คิดว่าช่วงเวลาที่ได้สู้กับเปโตรนั้นเป็นเพียงความฝันหนึ่งตื่นเพราะเฝ้าหมกมุ่นในตัวเปโตรเกินไป
เขาเพิ่งจะรู้ว่านั่นไม่ใช่ความฝันก็ตอนที่ลงไปชั้นใต้ดินแล้วไม่มีห้องทดลองลับที่เต็มไปด้วยตู้น้ำบรรจุร่างของเหล่าผู้แข็งแกร่งที่เขาเฟ้นหาจากทั่วทุกมุมโลกมาใส่ไว้
ตำนานของเดอะกลอรี่ สานุศิษย์เปโตร
แล้วภาพทุกอย่างก็ตัดไปทั้งอย่างนั้น ด้วยความที่นาธานาเอลเป็นนักฆ่าที่รักษาคนได้นิดหน่อย เขาจึงแน่ใจว่าตนไม่มีทางตื่นขึ้นมาได้อีกครั้งแน่นอน นอกเสียจากว่าจะมีปาฏิหาริย์จากพระเจ้า
แต่ใครจะไปรู้ว่าพระเจ้ากลับให้โอกาสคนบาปอย่างเขาอีกครั้ง นาธานาเอลไม่บังอาจล่วงรู้ความคิดของพระเจ้าได้ เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ปุถุชนทั่วไป ดังนั้นตอนที่ตนเองลืมตาตื่นมา
เขาค่อนข้างแน่ใจว่าตัวเองตายไปแล้ว ไม่สิ ถ้าจะให้พูดจริงๆ ก็คือตายไปแล้วแน่นอน
สภาพก่อนตายของนาธานาเอลคือเขากึ่งนั่งกึ่งนอนและพิงตู้ทดลองแก้วที่แตกเป็นเสี่ยงไปแล้ว ขณะที่ดวงเขียวมรกตมองแผ่นหลังแข็งแกร่งที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป พร้อมกับทิ้งคำอธิบายสุดท้ายที่แม้ว่าหลายๆ อย่างจะดูผิดแผกจากเรื่องปกติที่เขาเคยได้ยินมาทั้งชีวิต แต่เขาก็เข้าใจได้ในทันที ว่าสุดท้ายก็ได้เจอกันจนได้
#โหลเก็บดาวของเซีย
#ออลเปโตร #ออลปู่ #นาธานเปโตร #นาธานซุนกู
คอมมิชชั่นฟิคจากคุณ @goodflour2001.bsky.social
Story: In another life
Note: หมอนาตายแล้วตื่นขึ้นมาในอีกจักรวาล
มาหาค่าน้ำค่ะคนสวย ดีเทลเพิ่มเติมในรูปค้าบบ
หายอด 2500 ไปจ่ายค่่าน้ำค่ะ
ตารางปกติ เดือนมกรา - กุมภาค่ะ ขอคนรอได่
งาน #ca9 ครับ
#Avencae #อเวนไค
To be continued...
ฮันมารุชะงักริมฝีปากแล้วหลุบตามองต่ำ ก่อนจะเอ่ยคำโกหกคำโตออกไป
"พวกเราเมา พอตื่นเช้ามาก็เกิดเรื่องแบบนั้นไปแล้วน่ะครับ..."
ไม่ใช่หรอก ความจริงแล้วพวกเรามีสติครบถ้วนกันด้วยซ้ำ แต่เพราะกฏข้อห้ามของทางราชการฮันมารุจึงไม่สามารถบอกทั้งคู่ไปตรงๆ ได้ว่า พวกเขาถูกปีศาจราคะเล่นงานจนเราต้องมีอะไรกันอย่างช่วยไม่ได้ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขากับซอนอูมองหน้ากันไม่ติดจนถึงตอนนี้ไงล่ะ!
แน่ใจแล้วว่าพวกเขาไม่ได้มีปัญหาธรรมดาแน่นอน
"ถ้าคุณไม่ได้ทะเลาะกัน...แล้วเป็นปัญหาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน งั้นพวกคุณมีปัญหาเรื่องส่วนตัวกันสินะครับ?"
ฮันมารุพยักหน้าอีกหน ตอนนี้ชายหนุ่มดูเหมือนจะตัวหดเหลือนิดเดียวอย่างไรอย่างนั้น
"และ...ถ้าให้ผมเดาปัญหาที่ทำให้คุณมองหน้าเขาไม่ติด คงเป็นเพราะพวกคุณมีอะไรกันไปแล้วสินะ?"
"...มันเป็นอุบัติเหตุ ผม..."
มีตีกันบ้าง ดีกันบ้าง แต่งานก็ออกมาสำเร็จเรียบร้อยตลอด เงินดี งานเรียบร้อย เรื่องมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานก็เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยเลยล่ะครับ แต่ครั้งล่าสุดที่เรามีปัญหากันมัน... ทำให้ผมมองหน้าเขาไม่ติด..."
"ทะเลาะกันหนักเลยเหรอครับ?"
"จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกครับ ถ้าจะให้พูดก็คือเราไม่ได้...ทะเลาะกันครับ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงานด้วย" เห็นท่าทางอึกอักแบบนั้นยิ่งทำให้ซุนกูและอีซูที่มีประสบการณ์โชกโชน
บาร์เทนเดอร์หนุ่มกับน้องชายท่านประธานเหลือบมองกันราวกับรู้ๆ กันว่านี่ต้องไม่ใช่ปัญหาธรรมดาแน่นอน
มารุกระแอมเล็กน้อยก่อนจะเริ่มเล่า "คือว่า เพื่อนร่วมงานที่ผมมีปัญหาด้วยเขาชื่อซอนอู อีเดน จริงๆ พวกเราตีกันบ่อยตั้งแต่เจอกันแรกๆ แล้ว แต่ผมไม่ผิดนะ! ก็หมอนั่นทำตัวน่าหมั่นไส้ก่อน ผมจะสวนกลับก็ไม่แปลกนี่จริงไหม"
"อืมๆ แล้วยังไงต่อ" อีซูกับซุนกูพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
"เราก็ทำงานด้วยกันแหละ
"คือ...ความจริงแล้วเคยมีข้อเสนอส่งมาอยู่ครั้งหนึ่งครับ แต่ผมก็ปฏิเสธไป เพราะตอนนั้นผมเพิ่งปรับตัวเข้ากับที่ทำงานได้ แล้วก็มีความสุขดีด้วย"
"แล้วหลังจากนั้นคุณก็มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานคนนั้นสินะครับ"
ข้าราชการพิเศษพยักหน้าหงึกหงักอย่างน่ารักพลางบีบนวดฝ่ามือด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"เล่าให้ฟังได้รึเปล่าครับ เรื่องคุณกับเพื่อนร่วมงานคนนั้น?"
"มะ...มันก็ได้ ได้แหละ มั้ง?"
"งานที่ผมทำอยู่มันเงินดี แต่พลาดที่ผมดันไปผิดใจกับเพื่อนร่วมงานบรรยากาศมันเลยอึดอัดจนผมอยากลาออก แต่ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ถ้าผมออกแล้วผมจะเอาอะไรกินล่ะ!?"
ว่าแล้วก็กระดกค็อกเทลที่คิมซุนกูเพิ่งชงมาให้รวดเดียวหมดแก้ว
"ดื่มช้าๆ สิครับคุณมารุ ดื่มไวไปคุณจะเมาเร็วนะ" ว่าจบก็ส่งทิชชูให้เช็ดคราบค็อกเทลที่ไหลทะลักตามมุมปาก ก่อนจะเสนออีกทางออกหนึ่ง "แล้วทำไมคุณไม่ทำเรื่องย้ายที่ทำงานล่ะครับ"
เขาจำได้แค่ว่าตัวเองเชือดลูกน้องผู้กองจางไปหลายหน่วยย่อยเลยทีเดียว แต่จะให้ตอบไปตรงๆ แบบนั้นมันก็น่าสงสัยไปหน่อย อีซูจึงเลี่ยงไปว่า "ลาออกน่ะครับ ตอนนั้นพวกเราทะเลาะกันหนักมาก ผมเลยตัดสินใจลาออกมาให้พี่เลี้ยงแทน"
"เฮ้อ...แต่ผมทำแบบนั้นไม่ได้น่ะสิ" มารุโอดครวญพลางทิ้งตัวนอนกางแขนอยู่บนเคานเตอร์บาร์ ดูๆ ไปก็เหมือนแมวนอนเหลวอยู่ไม่น้อย
"ก็...ประมาณนั้น" เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง ของกองปฏิบัติการพิเศษ HID นี่นับว่าเป็นข้าราชการด้วยไหมนะ?
"แล้ว..." มารุแสดงท่าที่อึกอัก น้องชายท่านประธานพยักหน้าเป็นเชิงว่าให้ถามได้เลย "คุณเคยมีเรื่องขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานบ้างไหมครับ"
"เคยถึงขั้นขัดแย้งกับหัวหน้างานด้วยเลยล่ะครับ"
"แล้วตอนนั้นคุณทำยังไงเหรอครับ?"
"ก็..." อีซูนึกย้อนกลับไปตอนที่เขาถูกผู้กองจางสั่งเก็บ
อย่างน้อยก็ไม่ได้เลิกงานแล้วตรงมาที่บาร์แบบนี้แน่ๆ"
คนตัวเล็กสุดในกลุ่มสูดจมูกเล็กน้อย "เพราะผมเป็นข้าราชการพิเศษน่ะครับเลยทำได้ คุณอีซูต้องไม่เชื่อแน่ว่าที่ทำงานผมน่ะมีคนสวมเสื้อยืดรองเท้าแตะมาทำงานด้วย"
"..." มันก็ฟังดูไม่น่าเชื่อจริงแหละ ทำเอาอยากรู้เลยแฮะว่าฮันมารุทำงานอยู่ในที่แบบไหน
"คุณอีซูดูรู้เรื่องข้าราชการมากเลยนะครับ เคยเป็นเหรอ" บาร์เทนเดอร์หนุ่มถาม
อ๊ะ...ครับ เช่นกันครับคุณแบคอีซู" แม้จะยังดูล่กอยู่ แต่ฮันมารุก็เอื้อมมือมาจับเขาและไม่ได้แสดงท่าทีอึดอัดใจกับเขานัก ซึ่งนั่นก็เป็นผลดีต่อตัวอีซูเพราะเขาเองก็ไม่อยากสูญเสียเซฟโซนที่มีอยู่น้อยนิดไปเหมือนกัน
"ว่าแต่ คุณมารุ วันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ ปกติวันทำการแบบนี้พวกข้าราชการเขาจะไม่ดื่มหนักกันขนาดนี้นะครับ"
"นั่นสินะ ปกติพวกข้าราชการต้องรักษาหน้าตัวเองหน่อย
อีซูถลึงตามองทันที เรียกเสียงหัวเราะคิกคักของคนที่อยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ได้เป็นอย่างดี "ก็ได้ครับ ไม่เล่นแล้วก็ได้ คุณมารุ ทำตัวสบายๆ กับคุณอีซูเถอะนะครับ ความจริงแล้วผมตั้งใจจะแนะนำให้พวกคุณรู้จักกันตั้งนานแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมที่ผ่านมาพวกคุณถึงไม่ได้มาหาผมพร้อมกันเลย ก็เลยเพิ่งได้โอกาสแนะนำให้พวกคุณรู้จักกันน่ะครับ"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณฮันมารุ" อีซูเป็นฝ่ายยื่นมือออกไปก่อน
ประธานของบริษัทแทซัน ลูกค้าประจำอีกคนของผมเองครับ"
"อ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ท่านประธานแบค"
เห็นอีกฝ่ายทำตัวลนลานเพราะบาร์เทนเดอร์หนุ่มแนะนำว่าเขาเป็นคนใหญ่คนโต อีซูก็อดไม่ได้ที่จะมองค้อนคนขี้แกล้งนั่น "ทำตัวสบายๆ เถอะครับ เรียกผมว่าอีซูก็ได้ คุณซุนกูเขาก็ล้อเล่นไปงั้นแหละ ตอนนี้ผมไม่ใช่ประธานแล้ว"
"แต่ก็ยังพ่วงตำแหน่งน้องชายท่านประธานอยู่ดีนี่ครับ"
ใช้มือข้างหนึ่งยันตัวไว้กับเคาน์เตอร์ ส่วนอีกข้างผายไปทางคนที่ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ
"ผมขอแนะนำให้คุณรู้จัก คุณ 'ฮันมารุ' ลูกค้าประจำของผมอีกคนนอกจากคุณอีซู"
"งืม~" เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากแขนตัวเองอย่างเชื่องช้า หันมามองผู้มาเยือนใหม่ที่มาปรากฏตัวตอนที่เขาพักสายตาไปสักครู่ หัวทุยนั่นเซไปเล็กน้อยขณะที่ก้มศีรษะทักทายเขา "ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณ..."
"ฮะๆ คุณมารุครับ ทางนี้คุณแบคอีซู
"เปล่าหรอก ก็แค่...ที่นี่เงียบสงบดีเหมาะแก่การหนีความวุ่นวายก็เท่านั้น ว่าแต่..."
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเหลือบมองชายหนุ่มชุดเครื่องแบบข้าราชการที่ฟุบหน้าอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ โดยมีจานกับแกล้มและแก้วเหล้าอีกมากมายรายล้อม อีซูเห็นเขาตั้งแต่เข้ามาในโซนที่ซุนกูดูแลอยู่แล้วดูเหมือนว่าที่ประจำของอีซูจะมีแขกตัวน้อยหลงมาสินะ
"อ้อ นั่นสิ ผมเองก็ลืมบอกคุณไป" ซุนกูวางแก้วไว้บนชั้นก่อนจะเดินมาใกล้
ถ้าเขาอยากนั่งอยู่เงียบๆ อีกฝ่ายก็จะเช็ดแก้วเงียบๆ รอจนกว่าอีซูต้องการจะคุย แต่ไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด กลับกันมันเป็นความเงียบที่ชวนให้รู้สึกสบายใจ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเสียมากกว่า นั่นทำให้ตอนนี้อีซูกับซุนกูสามารถทักทายกันอย่างคุ้นเคยหลังจากผ่านไปร่วมสองเดือนที่เจอกัน
"พักนี้เจอหน้าคุณบ่อยนะครับประธานแบค มีเรื่องให้คิดเยอะเหรอ"
ชายวัยกลางคนทิ้งตัวนั่งลงกับเก้าอี้บาร์ พลางสั่นศีรษะ
จุดที่น้อยคนนักจะผ่านมาเห็น ดูก็รู้ว่าบาร์เทนเดอร์เป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครแม้อีกฝ่ายจะเป็นลูกค้าก็ตาม
และนั่นก็เป็นโชคดีของ 'แบคอีซู' ที่เขาก็ไม่ชอบความวุ่นวายในร้านเหล้าเช่นเดียวกัน พอเดินหามุมสงบๆ สุดท้ายก็เลยได้มานั่งอยู่ตรงนี้โดยมีบาร์เทนเดอร์ซุนกูอยู่เป็นเพื่อน เขาค่อนข้างประทับใจที่บาร์เทนเดอร์คนนี้ไม่ใช่พวกช่างจ้อ พอเจอหน้ากันก็แค่ถามว่าต้องการเครื่องดื่มอะไร
ปกติแล้ว พวกคุณมาที่บาร์เพื่ออะไร?
มาเอาสังคมจอยๆ ดื่มแก้เครียด ดื่มให้ลืมคนรักร้ายๆ หาคู่นอนชั่วข้ามคืน หรือมาเพื่อหาใครสักคนที่มีไลฟ์สไตล์ชีวิตคล้ายกัน เผื่อว่าจะได้คบกันไปนานๆ แต่เชื่อเถอะ ทุกครั้งที่มา คุณจะได้มิตรสหายเพิ่มอย่างน้อยหนึ่งคนแน่นอน
และคนคนนั้นก็อาจจะเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ชงเหล้าให้คุณดื่มก็ได้
'คิมซุนกู' เป็นชื่อของบาร์เทนเดอร์ที่จะมาปรากฏตัวอยู่ในมุมลับของบาร์